ร่วมใจรักษ์ป่า ดูแลธรรมชาติรอยต่อภาคตะวันออก

วันที่ 4 พฤษภาคม 2552  จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

จังหวัดจันทบุรี นับเป็น 1 ใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกที่ยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์และเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า “ป่าคือมณีมีค่าล้ำ” คำนิยามนี้ ไม่ใช่เขียนขึ้นมาเพื่อความเพลิดเพลินอย่างแน่นอน  หลังจากที่มนุษย์โลกได้บ่อนทำลายธรรมชาติไปเป็นจำนวนมาก โดยไม่มองถึงอนาคต จะด้วยเหตุผลมากมายที่แตกต่างกันก็ตาม มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่มีวิวัฒนา   การเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดได้อย่างรวดเร็วในขณะเดียวกัน มนุษย์ก่อสร้าง การทำลายตัวเองก็ติดตามกับการเรียนรู้ในการอยู่รอด มนุษย์โลกมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตรงข้ามกับสัตว์ป่าที่มีประชากรลดน้อยลงเป็นมุมกลับ เหตุผลหลักและศัตรูที่ร้ายกาจของสัตว์ป่าคือมนุษย์นั่นเอง เมื่อมีการขยายเพิ่มจำนวนมนุษย์มากขึ้นก็เกิดการแย่งที่อยู่อาศัยกันขึ้นตามทฤษฎีของการอยู่รอดนั่นคือการสร้างปัจจัย 4 สิ่งที่อยู่อาศัย จึงมีความจำเป็นต้องตัดไม้ทำลายป่าเพื่อความอยู่รอด จนก่อให้เกิดวิกฤติโลกร้อน หากจะเอ่ยบทความดังกล่าวแล้วมนุษย์ไม่ผิดที่จะต้องทำลายป่าเพื่อความอยู่รอด แต่ปัจจุบันมนุษย์ได้พัฒนาการสูงขึ้นจากการทำเพื่อความอยู่รอดของตนเองเป็นทำเพื่อความอยู่รอดของนายทุนอีกประการหนึ่ง

ป่าคือประติมากรรมของธรรมชาติ ที่สร้าง ขึ้นมาเพื่อเกลี่ยความสมดุลของหลากหลายชีวิต คน สัตว์ ต้นไม้ ลำธาร รวมเป็นธรรม ชาติ ทุกสิ่งที่เอ่ยมานี้ล้วนต้องพึ่งพากันขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี้สัญญาณเตือนภัยได้เริ่มขึ้นแล้ว คือวิกฤติโลกร้อน สาเหตุที่มาจากน้ำมือมนุษย์ปฏิเสธที่จะเกลี่ยความสมดุลของธรรมชาติ คือการเอาเปรียบป่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่าแต่ไม่มีการสร้างป่าทดแทน จนทำให้พื้นที่ป่าที่มีหน้าที่ดูดซับความร้อนลงสู่พื้นดิน สร้างไอน้ำขึ้นเป็นเกราะกันร้อน หมดไปนั่นเอง ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “…การที่จะมีต้นน้ำลำธารไปชั่วกาลนานนั้นสำคัญอยู่ที่การรักษาป่าและปลูกป่าบริเวณต้นน้ำลำธาร…”

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ได้ประกาศจัดตั้งตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 200 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2515 ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลทับไทร ตำบลทรายขาว อำเภอโป่งน้ำร้อน ปัจจุบันทรายขาว เป็น อำเภอสอยดาว ตำบลฉมัน ตำบลตะเคียนทอง และตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่ 745 ตารางกิโลเมตร หรือ 465,602 ไร่ จากรายงานการสำรวจการบุกรุกถือครองพื้นที่ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เมื่อปี 2547 พบว่ามีราษฎรเข้าถือครองพื้นที่จำนวน 3,955 ราย เนื้อที่ 78,261-0-9 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 16.81 ของพื้นที่ จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 32 ปีที่ผ่านมาปัญหาการบุกรุกพื้นที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปราบปรามจากหน่วยงานของรัฐก็ตาม ทหารพรานนาวิกโยธินและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว นั้นกำลังพลยังไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาที่หนักอึ้งอันนี้ได้ ซึ่งการที่จะให้ราษฎรทิ้งที่ทำกินแม้จะได้มาจากการบุกรุกพื้นที่ป่านั้นเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากและการใช้ไม้แข็งเข้าใส่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควรนัก นายอยู่ เสนาธรรม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จึงได้ประสานไปยัง กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดกองทัพเรือ โดยได้มอบหมาย ให้ นาวาเอกรัตนะ วงษาโรจน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ค่ายเทวาพิทักษ์ โป่งน้ำร้อน ร่วมจัด โครงการอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก อันเนื่องมาจากพระ ราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้นเพื่อเป็นการสกัดไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเขตรอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวัน ออก โดยจันทบุรี ดูแล  5 อำเภอทหารพรานนาวิกโยธินรับผิดชอบ 2 อำเภอ คือ โป่งน้ำร้อน-สอยดาว ที่มีแนวป่าติดต่อกัน และเพื่อเป็นการ สกัดกั้นไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าแห่งนี้อีกต่อไปอย่างถาวร เสมือนหยุดเลือดไม่ให้ไหลออกจากร่างกาย จึงต้องห้ามเลือด โดยการสร้างแนวสกัดป้องกันการบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ด้วยวิธีจัดแบ่งเขตด้วยการทำความเข้าใจกับราษฎรในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องนำเจ้าของที่เข้าชี้จุดของตนเองอย่างชัดเจนแล้ว ทำแนวกันชน ขนาดกว้าง 4-6 เมตร ชี้ชัดเจนว่าจุดไหนคือป่าจุดไหนคือที่ทำ กินของชาวบ้าน สำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแนวกันชนสกัดกั้นการบุกรุกพื้นที่ป่าฯเพิ่มขึ้นสร้างความชัดเจนให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติ งาน เพื่อเป็นเส้นทางตรวจการณ์และลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ สร้างการ  มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา 3,955 ราย บริเวณพื้นที่ถูกบุกรุกด้านอำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอแก่งหางแมว ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร กลยุทธ์ในการปฏิบัติการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก นาย  พูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบโครงการเป็นอย่างดี จนทำให้โครงการฯบรรลุเป้าหมาย ทุกฝ่ายต่างพึงพอใจยิ้มรับกับความเป็นจริงและได้รับความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่ 100% นับเป็นสัญญาณแจ้งอนาคตที่ดีว่าในอีกไม่นานนี้เราจะหยุดการทำลายป่าได้ด้วยจิตสำนึกของพวกเราเอง มนุษย์ ป่า สัตว์ป่า จะคงยังต้องพึ่งพาอาศัยกันตลอดกาล.

พิทักษ์ สัตยะสัจจา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: