เปิดต้นกล้าอาชีพแก้ปัญหาว่างงาน

วันที่ 23 มีนาคม 2552 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สร้างโอกาสให้คน

“นายกฯ”เปิดโครงการ”ต้นกล้าอาชีพ”เผยทุ่มงบ 6.9 พันล้าน สร้างโอกาสให้ประชาชน 5 แสนคน ชี้เตรียมเสนอกรอบเจรจากู้เงิน 7 หมื่นล้าน ยันจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว ระบุทุกประเทศทำเหมือนกันหมด วอนคนไทยอย่าตกใจ ยันหลังเศรษฐกิจโลกฟื้น มีเงินใช้หนี้ได้แน่ พร้อมเล็งขึ้นภาษีเหล้า-เบียร์ แต่ไม่คิดขายทรัพย์สินของชาติ คาดเตะฝุ่นปีนี้เกินล้านคน แต่มีแผนรองรับไว้แล้ว พร้อมชงครม. เศรษฐกิจ เล็งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.4 ล้านล้าน วอนประชาชนช่วยจับตา ขายต่อเช็คช่วย ชาติราคาถูก แจ้งได้ทันที ด้าน “ประธานสภาลูกหนี้กู้วิกฤติชาติ” เชิญลูกหนี้ทั่วประเทศ รวมพลหน้าทำเนียบฯ 24 มี.ค. หวังดัน “โครงการพยาบาลรักษาหนี้” ให้รัฐบาลพิจารณา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าว  ในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ  อภิสิทธิ์” ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ โดยเป็นการถ่ายทอดสดมาจากอิมแพ็ค เมืองทองธานี ก่อนเป็นประธานเปิดงานโครงการ “ต้นกล้าอาชีพ” ว่าโครงการต้นกล้าอาชีพถือเป็น 1 ในโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล เพราะตลอดเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมามีความห่วงใยกันมากเรื่องปัญหาการตกงานจากภาวะเศรษฐกิจหดตัว ดังนั้นนอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว นโยบายที่สำคัญของรัฐบาลคือ การดูแลเพื่อรองรับปัญหานี้ ซึ่งทางกระทรวงแรงงาน ก็ได้ทำโครงการอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนรัฐบาลก็ได้จัดโครงการพิเศษ  “ต้นกล้าอาชีพ” ขึ้น ตามงบประมาณเพิ่มเติมกลางปีที่ได้ผ่านสภามากว่า 6.9 พันล้านบาท โดยจะเปิดให้ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18-60 ปี สมัครเข้ามาเพื่อรับการฝึกอบรม ซึ่งมีหลากหลายด้าน ทั้งงานธุรการ คอมพิวเตอร์ อาหาร การท่องเที่ยว เป็นต้น โดยจะเปิดรับสมัครตั้งแต่ วันที่ 18-24 ของทุกเดือน ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่ว ประเทศ โดยจะมีการประกาศผลในวันที่ 26 มี.ค. นี้ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น จะได้  รับเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะในระหว่างการฝึกด้วย และถ้ากลับไปทำงานที่ภูมิลำเนาเดิมก็จะมีเงินช่วยเหลือในระยะสั้นให้ เพื่อใช้เป็นทุนเริ่มกิจการ  ต่าง ๆ ได้ คาดว่าจะสร้างโอกาสให้กับคนไม่น้อยกว่า 5 แสนคน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ก็จะมีการขยายหลักสูตรการฝึกอบรมให้หลากหลายขึ้น โดยให้ไปบรรจบกับตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ รวมถึงตำแหน่งงานในภาครัฐ ซึ่งก็มีแนวคิดที่จะนำคนที่ได้รับการฝึกอบรมในบางด้านไปช่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียนเพื่อลดภาระของครูในงานด้านธุรการ หรือการไปช่วยสำนักงานสถิติ เพราะภาครัฐยังมีความจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลอีกมาก โครง การนี้นอกจากบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาการว่างงานแล้ว จะมีส่วนสำคัญในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจด้วย เพราะถ้าเรามีคนที่สนใจกลับไปทำงานในภูมิลำเนาเดิม ก็จะทำให้โครงการทางเศรษฐกิจมีความหลากหลายและมั่นคงมากขึ้น

ขณะนี้เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง รัฐบาลจึงได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก ซึ่งจะเห็นผลชัดในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เพราะเม็ดเงินส่วนใหญ่ ทั้งจากโครงการเช็คช่วยชาติ อสม. หรือผู้สูงอายุ รวมทั้งการเรียนฟรี จะเริ่มออกตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. คือสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป และต้นเดือน เม.ย. รัฐบาลก็จะจัดงานโอทอป และมหกรรมเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนและสร้างความคึกคักขึ้นมา อย่างไรก็ตามในระยะกลาง และระยะยาว เราจำเป็น  ต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเสริมความสามารถของเศรษฐกิจไทย และให้มีความพร้อม มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยในสัปดาห์หน้ารัฐบาลก็จะเสนอกรอบการเจรจากู้เงิน 7 หมื่นล้านบาท เพื่อเข้ามาทำโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำ ถนน

“ผมเข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงวิกฤติ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เราไม่เคยทำให้ประเทศชาติเสียหายในระยะยาว ตรงกันข้ามจะดูแลเรื่องเสถียรภาพ ความมั่นคงเป็นอย่างดี ผมปรึกษาหารือใกล้ชิดตลอดเวลากับกระทรวงการคลัง และ ธปท. ดังนั้นขอให้ประชาชนสบายใจได้ หลายคนเป็นห่วงเรื่องการกู้เงิน แต่ผมขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัย แทบจะเรียกได้ว่ามีการกู้เงินทั้งสิ้นเพื่อมาลงทุน สิ่งสำคัญคือ 1. อย่ากู้เงินจนเกินเลยขอบเขตของมาตรฐานสากลที่เขามีอยู่ เพราะจะไปกระทบกับการเงินการคลังของประเทศในวันข้างหน้า ซึ่งรัฐบาลดูแลเรื่องนี้แน่นอน และ

2. กู้เงินมาเพื่อใช้เงินให้คุ้มค่า ที่เรากู้เงินมาในขณะนี้เพื่อทำโครงสร้างพื้นฐาน ผมได้เอาตัวเลขต่าง ๆ มาดู เห็นว่าจากการที่เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว การค้าหดหายไป 20-30% เราก็จำเป็นต้องมีเงินมาชดเชยในระบบเศรษฐกิจ โดยใน 3 ปีข้างหน้า ตั้งใจว่ารัฐบาลเองจะต้องเป็นผู้ลงทุนประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งกำลังทำรายละเอียดโครงการ ที่จะมีทั้งเรื่องรถไฟความเร็วสูง ปรับปรุงรถไฟ โครงการถนนไร้ฝุ่น แหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้านการชลประทาน นอกจากนี้ก็จะมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และการสาธารณสุขด้วย ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของครม. เศรษฐกิจในวันพุธที่ 25 มี.ค. นี้”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่อยากให้ประชาชนตกใจกับเรื่องเศรษฐกิจ ยอมรับว่าปัญหาหนักจริง แต่คิดว่าถ้าเราร่วมมือกัน ทุกอย่างจะผ่านไปได้ ไม่ต้องไปกลัวที่มีคนบอกว่าเราจะไม่มีทางอื่นเลย ต้องไปกู้เงินมา เพราะขณะนี้ทั่วโลกต้องทำอย่างนี้หมด ตนเดินทางไปต่างประเทศ มีแต่คนถามในทางตรงกันข้ามว่าเรากระตุ้นเศรษฐกิจน้อยไปหรือไม่ อย่างไรก็ตามที่มีการโจมตีว่าการกู้เงินจะทำให้ประเทศเป็นหนี้มากขึ้นนั้น ถือเป็นเรื่องการเมือง เพราะขณะนี้ทั่วโลกมองตรงกันว่าต้องทำ บางประเทศพยายามไม่ทำ แต่เศรษฐกิจยิ่งหดตัวหนัก และความจริงรัฐบาลชุดที่แล้วก็มีความคิดที่จะกู้เงินเหมือนกัน

สำหรับการประชุมจี 20 ที่จะมีขึ้น ก็จะ มีข้อเสนอว่าทุกประเทศจะต้องมีการขาดดุลงบประมาณ และกู้เงินอย่างน้อยเท่าไหร่ เพื่อช่วยกันทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นขึ้นมา เพราะกำลังซื้อหดหาย ถ้าเราอยู่เฉย คนก็จะตกงาน เก็บภาษีไม่ได้ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจมากขึ้น รัฐบาลก็ต้องเข้าไปลงทุนเอง ซึ่งเงินก็จะนำมาลงทุนก็มาจาก 3 ทางคือการกู้เงิน ขึ้นภาษี และขายทรัพย์สมบัติของชาติ ซึ่งใน 3 แนวทางนี้ ตนเลือกการกู้เงิน ซึ่งจะทำตามมาตรฐานสากลไม่ให้ไปกระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจ เพราะหนี้สาธารณะของเราขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว

ต่อข้อถามที่ว่าที่ต้องกู้เงิน เพราะมาตร การกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกที่ลด แลก แจก แถมไม่สำเร็จใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ ตนบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าเราต้องทำงานเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือหยุดยั้งการที่เศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง ซึ่งต้องประคับประคอง โดยการเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน ไม่เช่นนั้นในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. จะหนักหนาสาหัสมาก ส่วนระยะต่อไปก็ต้องลงทุนในด้านต่าง ๆ เราไม่ลงทุนก็ได้ แต่จะทำให้เราขาดความพร้อมในการแข่งขันเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าถ้าเราลงทุนตามแนวทางนี้ พอเศรษฐกิจโลกและไทยฟื้นตัวขึ้นมา เราจะมีความพร้อมในการแข่งขัน และจะมีรายได้เพียงพอที่จะมาชำระหนี้ได้อย่างสบาย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนหนี้ของคนไทยต่อหัวต่อปีเมื่อสิ้นปีที่แล้วตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 38% และจากการที่เศรษฐกิจหดตัว รายได้หดตัว และหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดเก็บภาษีได้น้อยลง ก็คาดว่าตัวเลขอาจจะขึ้นไปถึง 50% และใน 2-3 ปีข้างหน้าอาจเป็นไปได้ที่ จะขึ้นไปถึง 60% ซึ่งในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ผ่าน ๆ  มาก็จะอยู่ที่ 60-65% และขณะนี้หลายประเทศก็เกิน 100% ไปแล้ว แต่ถ้าเราใช้เงินที่เพิ่มขึ้นมา มาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน   เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นมา เราก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีเงินกลับมาใช้หนี้ได้เอง ส่วนทางเลือกอื่นรัฐบาลก็ดูอยู่ โดยเฉพาะการขึ้นภาษี แต่ตัวแรกที่จะทำ คือเหล้า เบียร์ รวมทั้งการเก็บภาษีที่ดินและมรดกก็ยังเดินหน้าอยู่ ส่วนการขายทรัพย์สินของชาติขณะนี้ไม่คิดจะทำ

สำหรับตัวเลขคนตกงานในปีนี้ว่า เท่าที่ประมาณการจะมีผู้ตกงานในปีนี้ 1 ล้านคนขึ้นไปเป็นอย่างน้อย แต่มั่นใจว่าเมื่อเราใส่เงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเข้าไป และแผนการลงทุน 1.4 ล้านล้านบาทเริ่มดำเนินการก็จะสามารถจ้างงานได้ปีละ 1 ล้านคน ซึ่งเป็นแนวทางรองรับที่เราเตรียมเอาไว้ ส่วนการช่วยเหลือเรื่องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว และอาจจะมีเพิ่มเติมมาอีกในส่วนของประกันสังคม ขณะที่เช็คช่วยชาติ 2 พันบาทสำหรับผู้มีรายได้น้อยก็จะถึงมือประชาชนในงวดแรกวันที่ 26 มี.ค. นี้

ส่วนข้อกังวลที่อาจจะมีประชาชนนำเช็คไปขายต่อในราคาถูกนั้น ก็ขอให้แจ้งข้อมูลมาได้เลย ที่ไหนมีการกระทำแบบนั้น เราจะเข้าไปติดตามและดูแลให้ โครงการที่รัฐบาลทำมีมากในขณะนี้ และมีนโยบายใหม่ ๆ จำนวนมาก     ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชน หากได้ยินเรื่องอะไรที่ผิดปกติให้  แจ้งมา ช่วง 2-3 วันที่แล้ว ตนก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีชื่อได้รับเช็ค 2 พันบาทด้วย  ทั้ง ๆ ที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบประกันสังคม ซึ่งตนก็ได้สั่งให้ตรวจสอบทันที “ทุกโครงการ ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เรียนฟรี หรือเรื่องที่ฝ่ายค้านเตือนมาเรื่องตำราเรียน ผมจะไปติดตามดูแลให้ดีที่สุด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายประจิณ ฐานังกรณ์ ประธานสภาลูกหนี้กู้วิกฤติชาติ ได้เปิดแถลงข่าวระบุว่า ขอความร่วมมือลูกหนี้ทั่วประเทศช่วยออกมาร่วมแสดงตัวให้รัฐบาลได้เห็นว่ายังมีลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก โดยให้ทุกคนพร้อมใจมาแสดงตัวที่หน้า ทำเนียบฯ เวลา 08.00-12.00 น. วันที่ 24 มี.ค. นี้ จุดประสงค์เพราะต้องการผลักดัน “โครงการพยาบาลรักษาหนี้” ผ่านการพิจารณาจากรัฐบาล เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการฯ ดังกล่าวเสนอให้รัฐบาลพิจารณา แต่เรื่องยังอยู่แค่ระดับล่าง ทั้งนี้โครงการพยาบาลรักษาหนี้ เป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ทำให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายด้วย.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: