ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน ใช้ในการเกษตรตามแนวพระราชดำริ

26 ม.ค. 52 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

จากปัญหาวิกฤติ พลังงาน น้ำมันที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบไปทั่วทุกภูมิภาค ไม่เว้นแม้แต่ในบ้านเรา เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวหลายประเทศต่างหันเหมุ่งไปพัฒนาพลังงานทดแทนบนดิน ที่ได้จาก ผลิตผลทางการเกษตร แต่นั่นก็ยังคงมีต้นทุนอยู่มาก

ฉะนี้…จึงต้องเบนเข็มไปหาพลังงานจากธรรมชาติ ที่ใช้ไม่มีวันหมดอย่าง น้ำ ลม แดด สำหรับเป็นทางเลือกที่จะนำมาลดภาระต้นทุนการผลิต อีกทั้งยังเป็นพลังงานสะอาดไม่ก่อให้เกิดมลภาวะที่เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งในหลายๆประเทศอย่างเช่น เดนมาร์ก ก็มีการนำ ลม มาผันผลิตไฟฟ้าใช้กันแล้ว

สำหรับบ้านเราซึ่งนำโดย ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ ดุษฎี ศูนย์วิจัยพลังงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วย ศ.ดร.ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายนิรันดร์ สุวรรณสิทธ์ สนง.การไฟฟ้าภูมิภาค เขต 1 ภาคเหนือ เชียงใหม่ นายเสรี กังวานกิจ สนง.พลังงานภูมิภาคที่ 10 นายอภิชาต สวนคำกอง คณะผลิตกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

และ ร.อ.พชร เกตุเชื้อจีน กองพันพัฒนาที่ 3 จ.เชียงใหม่ ก็ได้ ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในเขตภาคเหนือตอนบน เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่จะลดต้นทุนจากใช้พืชผลการเกษตรเป็นวัตถุดิบ โดยการวิจัยดังกล่าวได้รับทุนอุดหนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ หัวหน้าโครงการ บอกว่า การนำพลังงานลมมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจำเป็นต้องคำนึงถึงลักษณะทางภูมิประเทศ ความ เร็วทิศทางลม ซึ่งการเก็บข้อมูลดังกล่าวในบ้านเรายังไม่มาก จะมีก็เฉพาะลมพื้นผิวที่ระดับความสูงจากพื้นดิน 10 เมตร ที่ในทาง อุตุนิยมวิทยา ใช้เท่านั้น

ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน ลำปาง ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะภูเขาสูงสลับกับช่องเขา ทำให้ได้รับอิทธิพลจาก ลมภูเขา (Moun-tain Valley Breeze) และ ลมหุบเขา (Valley Mountain Breeze) ที่ปรากฏการณ์นี้จะเหมือน ลมบก (Land Breeze) ลมทะเล (Sea Breeze)

จากทฤษฎีนี้ ทีมวิจัยจึงเริ่มศึกษาศักยภาพลมที่ระดับความสูง 40-80 เมตร เพื่อคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย เบื้องต้นมีทั้งหมด 18 แหล่ง ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ จากการสำรวจเก็บข้อมูลพบว่ามี 8 สถานีคือที่ ผาตั้ง บ้านร่มโพธิ์ไทย จ.เชียงราย อ่างขาง โครงการหลวงหนองหอย โครงการหลวงแม่แฮ อ.ปาย กิ่วลม แม่ฮ่องสอน และที่ ดอยม่อนล้าน เหมาะที่จะติดตั้งกังหันได้ แต่ยังต้องตรวจสอบความเร็วลม เพื่อให้ คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จะใช้

ฉะนี้….เพื่อความแน่ชัดทีมวิจัยจึงทำการเก็บข้อมูลเพิ่ม ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก มูลนิธิโครงการหลวง อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 1 ปี กระทั่งพบว่ามี 3 สถานีคือ บ้านกิ่วลม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยม่อนล้าน อ.พร้าว และ สถานีบ้านแม่แฮ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ มีความเร็วลมเฉลี่ยสูงกว่า 5 เมตร/วินาที

โดยพื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมที่จะติดตั้ง กังหันลม หรือ ไร่พลังงานลม จากการตรวจวัดความเร็วและทิศทางลม สามารถนำมาประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1,200-1,600 เมกะวัตต์/ปี คิดเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้าประมาณ 3-5 บาท/หน่วย…

นายกฤษธ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการ วช. ที่เดินทางไปตรวจดูความคืบหน้าโครงการนี้ บอกว่า ผลที่ได้จากการวิจัยดังกล่าว ไม่เพียงแค่ใช้เป็นข้อมูลสำหรับการหาแหล่งพลังงานทางเลือกเท่านั้น เพราะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯร่วมกับแม่ฮ่องสอน ยังได้ร่วมกับ UNDP ในการที่จะพัฒนาให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองส่งเสริมพลังงานทดแทน ที่มีการนำมาใช้ในจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

โครงการหลวงหนองหอย และสำนักพัฒนาพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงาน ได้เอาข้อมูลความเร็วลมไปใช้หาทิศทางความเหมาะสม ในการออกแบบโรงเรือนสำหรับทำเกษตรที่สูงให้ แข็งแรง ทนทาน ศึกษาติดตั้งกังหันลมขนาดเล็ก เพื่อใช้ทำการเกษตรตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง.

เพ็ญพิชญา เตียว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: