เมื่อลูกไม่สบาย..(“พ่อ”…หลังเลิกงาน ภาค 2)

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552

หลังจากที่บรรดาหนุ่ม ๆ ถอดเสื้อสูทออกหลังเลิกงาน และหันมาสวมบทบาท “พ่อของลูก” ของครอบครัวแล้ว หลายคนอาจพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การเลี้ยงลูกนั้นเป็นเรื่องสนุกและมีความสุข

อย่างไรก็ดี ความรับผิดชอบในครั้งนี้ก็เหนื่อยมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ลูกไม่สบายด้วยแล้ว ความเหนื่อย และความรับผิดชอบอาจต้องหนักเป็นหลายเท่าตัว เพราะทันทีที่ลูกเป็นหวัด ตัวร้อน ผดผื่น ท้องเสีย ไอ ฯลฯ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือ ความกังวลใจของพ่อและแม่ที่สงสารลูก

โดยเฉพาะหากเจ้าตัวเล็กเกิดป่วยในวัยที่ยังพูดจาสื่อสารกับเราไม่ได้ ทำได้เพียงการส่งเสียงร้องอื้ออึงไม่เป็นภาษา จากที่เคยชอบเล่น ชอบพูด ชอบคุย ก็จะกลายเป็นไม่พูด ไม่เล่น ซึม และที่สำคัญ คือ “งอแง”

ในเวลาที่ลูกไม่สบาย ความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่อาจเป็นสิ่งที่เด็กต้องการมากกว่าสิ่งอื่นใด แต่คุณพ่อที่น่ารักก็ย่อมที่จะมองเห็นถึงงานต่าง ๆ ที่คุณพ่อสามารถช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของคุณแม่ได้เช่นกัน ครั้งนี้ลองมาดูกันว่า บทบาทของพ่อหลังเลิกงาน..เมื่อลูกไม่สบาย มีอะไรกันบ้าง

1.“งานบ้าน” แม้ว่าพ่อหลายคนอาจช่วยแม่แบ่งเบาภาระตรงนี้อยู่แล้ว แต่หากลูกไม่สบาย งานบ้านต่างไม่ว่าจะเป็นซักผ้า ถูบ้าน ฯลฯ อาจเป็นงานที่คุณพ่อชายต้องลงมือ ลงแรงมากขึ้นกว่าเดิม

2.“อาหารการกิน” นอกจากคุณผู้ชายควรเตรียมอาหารเช้า-เย็นเองแล้ว การเตรียมเผื่อแม่และลูกก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง แม้ว่าจะทำอาหารเองไม่ได้ แต่การซื้อของไปฝากภรรยา ก็เป็นวิธีที่น่ารักวิธีหนึ่งที่ทำให้เขาหายเหนื่อยไปบ้าง

ภาพจาก http://www.fatherlovesaj.com

3.“หยูกยา” เมื่อเตรียมอาหารให้แม่และลูกแล้ว พ่อควรจัดหายาของลูกไว้ให้แม่ด้วย ตรวจดูว่า ยาที่เจ้าตัวเล็กต้องทานนั้น มียาก่อนอาหารหรือไม่ เพราะลำพังแม่คนเดียวคงจะไม่สะดวกนั้น

4.“ป้อนยา” การป้อนยาให้เจ้าตัวเล็กคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ใครก็ทำได้ เพราะแรงต้านทานของเขาดูท่าจะเอาการพอควร นอกจากจะบ้วนยาทิ้งแล้ว อาจร้องไห้โวยวายและดิ้นอยู่ตรงนั้นจนทำให้แม่เหนื่อยหนักกว่าเก่า ดังนั้นหากพ่อได้อยู่ให้กำลังใจแม่ในการป้อนยา และให้กำลังใจลูกทานยา อาจเป็นเรื่องที่ทำให้การป้อนยาไม่เหนื่อยอย่างที่ผ่านมา

5.“สลับผลัดเวร” ในยามปกติ เด็กเล็กอาจไม่ได้นอนตอนกลางคืนรวดเดียวเหมือนเด็กโตอยู่แล้ว ดังนั้นหากเจ้าตัวเล็กไม่สบาย เขาอาจตื่นมากกว่า 2 ครั้ง บางคนต้องอุ้มเดินถึงจะหลับและกว่าจะหลับต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง บ้างก็ต้องอุ้มเดินถึงเช้าเลยก็มี เพราะวางลูกนอนบนที่นอนเมื่อไหร่เป็นต้องงอแงตลอด ซึ่งหากแม่ต้องตื่นมาดูแลเพียงคนเดียว เขาอาจไม่สบายไปอีกคน เพราะฉะนั้น พ่อกับแม่ควรแบ่งเวลาดูแลลูกและต้องช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี การตื่นกลางดึกไม่ใช่เรื่องที่ใครปรารถนากัน แต่หากลูกร้องไห้โยเยแล้ว มันไม่ใช่เวลาที่พ่อแม่มานั่งเกี่ยงกันอีกต่อไป

6.“โทรศัพท์” ในระหว่างวันพ่อควรหมั่นโทรเช็คอาการของลูกว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วอย่าลืมถามถึงคุณแม่ด้วย เช่น ทานอะไรบ้างหรือยัง แต่ไม่ได้หมายความว่า ต้องเอาเวลางานไปโทรศัพท์จนเสียงาน เพียงแค่ “รู้จักแบ่งเวลา”เท่านั้นเอง

แม้สิ่งสำคัญที่สุดของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวคือ “การสัมผัส” ไม่ว่าจะเป็นการกอด หอม หรือแม้แต่จับมือกันในช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อย อาจเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุดของคนสองคน แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของบทบาทพ่อที่คุณผู้ชายสามารถทำได้ไม่ยากนัก ซึ่งการที่คนเป็น “พ่อ”จะเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ทุกข้อที่กล่าวมา แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่เหรอ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: