“เตาเผาถ่าน”ทางเลือกชาวสวน ราคาถูก-ได้ผลผลิตคุณภาพสูง

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552 จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปัญหาอย่างหนึ่งของชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ต่างๆ คือ การกำจัดเศษกิ่งไม้หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะที่ผ่านมาเศษไม้เหล่านี้ จะถูกกำจัดทิ้งด้วยการเผาทำลาย เผากลบ ซึ่งทั้ง 2 วิธีก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เหตุนี้

ทำให้ สุพรชัย มั่งมีสิทธิ์ นักวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำโครงการวิจัย “การสร้างเตาเผาถ่านคุณภาพสูงขนาดเล็ก” ขึ้น เพื่อนำเศษวัสดุมาเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็น “ถ่าน” คุณภาพสูง และ “น้ำส้มควันไม้” ผลิตผลพลอยได้ไปใช้ด้านการเกษตร เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยทั้งของผู้ผลิตและผู้บริโภค

โครงการดังกล่าว อ.สุพรชัย บอกว่า ด้วยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นการวิจัยเตาเผาถ่านคุณภาพสูงขนาดเล็ก ซึ่งเกิดจากแนวคิดว่า บ้านเราปัจจุบันยังใช้ถ่านไม้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม แต่การผลิตนั้น นอกจากเป็นต้นเหตุการตัดไม้ทำลายป่าแล้ว การเผาแบบดั้งเดิมด้วยเตาดินกลบหรือเตาแกลบกลบนั้น ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง ขณะที่ควันซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ก็ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้ว

“เตาเผาถ่านนี้มีต้นทุนการสร้างเพียง 5,000 บาท โดยถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับขนาดของไม้ฟืนที่มีในท้องถิ่น มีอายุการใช้งานราว 5 ปี เผาไม้ฟืนได้ครั้งละ 200-300 กิโลกรัม เมื่อเผาด้วยระบบอับอากาศ (Airless Condition) ที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส สูงกว่าการเผาแบบดั้งเดิมที่ใช้ความร้อน 200-300 องศาเซลเซียส จะได้ถ่านไม้คุณภาพสูง 70-75 กิโลกรัม และได้น้ำส้มควันไม้ 20-25 ลิตรต่อการเผา 1 รอบ แต่ละรอบใช้ระยะเวลา 5 วัน” อ.สุพรชัยกล่าว และว่า แนวคิดดังกล่าวต่อมาถูกถ่ายทอดให้ชาวสวนผลไม้ในพื้นที่รวม 7 ตำบล 5 อำเภอใน 2 จังหวัด คือ สมุทรสงคราม และเพชรบุรี

บุญเลิศ พันธ์โภคา ชาวสวนผลไม้ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ที่เข้าร่วมกับโครงการ เล่าว่า ปัจจุบันมีสมาชิก 22 คน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนผลไม้ ปลูกส้มโอ ส้มแก้ว ลิ้นจี่ และลำไย โดยนำเอากิ่งไม้ผลจากสวนของสมาชิกมาเผาถ่านอย่างต่อเนื่องทุกรอบ รอบละ 5 วัน ส่วนถ่านที่ได้จะมีแม่ค้ามารับไปกระสอบละ 100 บาท (20 กิโลกรัม) บางส่วนขายปลีกให้แก่ชุมชนกิโลกรัมละ 8 บาท

“นอกจากขายถ่านได้แล้ว ยังขายน้ำส้มควันไม้ได้อีกลิตรละ 70 บาท โดยมีสมาชิกนำไปขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ข้อดีที่ได้จากเตาเผานี้คือ ลดค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ย ฮอร์โมน ยาไล่แมลง ได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะสามารถใช้น้ำส้มควันไม้แทนได้เกือบทั้งหมด” บุญเลิศ กล่าวถึงผลผลิตของกลุ่มอย่างภาคภูมิใจ

ด้าน ป้ากุหลาบ เปลี่ยนศรี เกษตรกรชาวสวนผลไม้ บ้านบางวันทองใน ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม สมาชิกอีกรายเล่าว่า ถ่านที่ได้จากการผลิตจะนำมาใช้หุงต้มในครัวเรือน ซึ่งพบว่าติดไฟดี ให้ความร้อนนานกว่าแบบเดิมที่เคยซื้อใช้ ส่วนผลพลอยได้ หากเหลือใช้จะนำไปขายสร้างรายได้อีกทาง

“น้ำส้มควันไม้ที่ได้ก็จะใช้ฉีดพ่นไม้ผลในสวน ซึ่งใช้กับต้นไม้ได้แทบทุกชนิด ทำให้ประหยัดเงินค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ยหรือยาเร่งต่างๆ ได้มากทีเดียว ส่วนเปลือกถ่านชิ้นเล็กๆ ที่เหลือจากการผลิตและขี้เถ้าก็นำมาโรยตามโคนต้นไม้เป็นปุ๋ยอย่างดี ทำให้ดินร่วยซุย”

โครงการวิจัยการสร้างเตาเผาฯ นี้ หากได้รับการต่อยอดถ่ายทอดออกไปสู่ชุมชนเกษตรกรอื่นๆ ก็จะช่วยประเทศชาติประหยัดไม้ฟืนที่จะสูญเปล่าไปจากการผลิตถ่านแบบดั้งเดิมได้กว่า 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีการผลิตถ่านไม้จากไม้ฟืนไม่ต่ำกว่าปีละ 3 ล้านตัน แต่มีผลผลิตที่ได้เฉลี่ยไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์

แต่หากเปลี่ยนมาใช้กระบวนการผลิตถ่านด้วยวิธีการเช่นนี้ จะทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนควันที่ปล่อยทิ้งก็ยังนำมาผลิตเป็นน้ำส้มควันไม้ได้ถึงปีละ 7.5 แสนลิตร และยังไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: