ปลูกทุกอย่างที่กินได้และกินทุกอย่างที่ปลูก ตามรอยพระราชดำริ”เศรษฐกิจพอเพียง

มีโอกาสไป “ร่วมปลูกป่า” ใน “โครงการปลูกป่าสวนรุกขชาติ” ที่ทาง “การเคหะแห่งชาติ” จัดขึ้นร่วมกับชาวบ้านหมู่บ้านข่างกอม ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายไป จึงเข้ามาฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่า

โดยการเข้ามาเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับธรรมชาติ และเข้ามาพัฒนาหมู่บ้านชนบทในเรื่องของการทำมาหากินแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนำแนว “พระราชดำเศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงท่านมาปรับใช้

โครงการนี้ได้ริเริ่มตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2549 แล้ว แต่ยังไม่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อทาง “Mr.Pieter J.Th Marres” เอกอัคราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ทราบข่าวโครงการนี้ ก็มีความสนใจเป็นอย่างมาก จึงให้การสนับสนุน และทางการเคหะฯ จึงมีการเปิดโครงการขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ ที่หมู่บ้านดังกล่าว และท่านทูตไม่เพียงมาร่วมงานเท่านั้น แต่ยังร่วมปลูกต้นกฤษณา ขณะที่ สามารถ ลอยฟ้า รองผู้ว่าฯ ราชการจังหวัดลำปางมาเป็นประธานในพิธีเปิด

ท่านรองฯ สามารถ กล่าวว่า “ดีใจมากที่มีการจัดโครงการดีๆ แบบนี้ ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ตรงกับคอนเซ็ปต์ของทางจังหวัด ที่ว่าจะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายไป เพราะชาวบ้านประสบปัญหาในการทำมาหากินเป็นอย่างมาก และทางจังหวัดเองก็มาปรึกษากับชาวบ้าน และให้ชาวบ้านมาขอความช่วยเหลือจากการเคหะฯ ซึ่งทางการเคหะก็มีความยินดีและให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี”

ส่วน Mr.Pieter ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับงานนี้ว่า “ดีใจมากที่มีโอกาสได้เข้ามาร่วมกับโครงการดีๆ และยังเป็นโครงการที่สนองต่อพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงท่านผู้เป็นประมุขของประเทศ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับประเทศเนเธอร์แลนด์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ของเนเธอร์แลนด์จะเป็นโครงการ “กรีนซิตี้” และที่สำคัญเราทั้งสองประเทศมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอีกด้วย จึงดีใจมากที่ได้มาร่วมงานและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมปลูกต้นกฤษณาในวันนี้”

ทางด้าน ธนงศักดิ์ วิกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ของการเคหะฯ กล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของโครงการนี้ว่า

“ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ได้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ในชนบท ทำให้ชาวบ้านตามชนบทมีความเดือดร้อนในเรื่องของการทำมาหากินเป็นอย่างมาก ทางเราจึงได้นำเอาแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักประยุกต์ใช้ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชนบท เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมชนบท และเรามีการเน้นให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาให้มากที่สุด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตรงตามความต้องการของชุมชนจริงๆ และเราจะพัฒนาหมู่บ้านนี้ให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบบนพื้นที่ 3,947 ไร่ เพื่อขยายโครงการนี้ต่อไปในอนาตค โดยเรามีนโยบายว่า ปลูกทุกอย่างที่กินได้ และกินทุกอย่างที่ปลูก”

งานนี้ยังได้รับความสนใจจากโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ละแวกนั้นมาร่วมงานอีก 3 โรงเรียนด้วยกันคือ โรงเรียนเมืองปานวิทยาที่มาพร้อมกับ “ชมรมสวนพฤกษาศาสตร์สู่การเรียนรู้” โรงเรียนแจ้ซ้อนวิทยา และโรงเรียนบ้านสบลีที่นำเอา “วงซะล้อซอซึง” มาบรรเลงเพลงประจำท้องถิ่น ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันภายในงานได้เป็นอย่างดี และเด็กๆ กับชาวบ้านก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือร่วมกันปลูกป่าอย่างขะมักเขม้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: