ชมหิ่งห้อยบกนับแสน….ริมถนนพระราม 2

“หิ่งห้อย” และ “สายน้ำ” ทำให้คลองอัมพวา และวิถีริมน้ำเมื่ออดีตกลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง ตลาดน้ำอัมพวาดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศให้มาเยือน และมากมายจนหลายคนกลัวว่าตลาดอันคลาสสิกนี้ไม่หลงเหลือภาพเก่า และยังรวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งขยะ น้ำเสียจะตามมา หากน้ำเสียหิ่งห้อยไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

ก่อนที่จะสายเกินแก้ จังหวัดสมุทรสงคราม ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยตรีโอภาส เศวตมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ บริษัท ฉัตรวัฎฎ์ จำกัด เปิดโครงการ “ชำระ สะสาง ล้าง Big Cleaning Day ทำความสะอาดบริเวณตลาดน้ำอัมพวา ด้วยเม็ดฟู่บำบัดน้ำเสีย “ริยาน่า” ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ลำน้ำอัมพวาคงความสดใส

โครงการ ชำระ สะสาง ล้าง Big Cleaning Day ที่ตลาดน้ำอัมพวาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความคึกคัก เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดออกมาสร้างสีสันเดินรณรงค์ร่วมกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและผู้ใหญ่ในจังหวัด ด้วยการเดินแฟชั่นโชว์ ใส่เสื้อผ้าทำจากธรรมชาติ ใบตอง ประทินผิวด้วยเกลือจืด มีคุณสมบัติทำให้ผิวผุดผ่อง

ว่าที่ร้อยตรีโอภาส กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการให้ความรู้และปลุกจิตสำนึกต่อชาวสมุทรสงครามให้   เห็นถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันตลาดน้ำอัมพวาต้อนรับนักท่องเที่ยวนับหมื่นทุกวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ ทางจังหวัดมีนโยบายเพื่อจะรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยมีแผนที่จะจัดจุดจอดรถใหญ่ ตรงวัดภูมิรินทร์ โดยให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือและบริการรถรับส่งมายังตลาดน้ำ รวมถึงนั่งเรือจากจุดนี้ชมหิ่งห้อยในช่วงเย็น เพื่อแก้ปัญหาเรือคับคั่งในลำน้ำอัมพวา ซึ่งขณะนี้มีจำนวนเรือราว 200 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือติดเครื่องยนต์ ส่งปัญหาเสียงดัง เพิ่มแรงกระเพื่อมน้ำเซาะริมตลิ่ง

แนวทางการแก้ปัญหาเรือตอนนี้ทางจังหวัดกำลังปรับปรุงเรือโบราณ จำนวน 3 ลำเพื่อนำมาใช้สัญจรในแม่น้ำอัมพวา เพื่อสร้างภูมิทัศน์ให้กับสภาพพื้นที่ พร้อมกันนี้เตรียมจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับเปลี่ยนสายไฟ จากด้านบน เลาะไปริมตลิ่ง เพื่อความสวยงาม

ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า การแก้ปัญหา ระบบนิเวศการดูหิ่งห้อยอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องนั่งเรือ ส่งเสียงดังรบกวนกับชาวบ้านริมน้ำ ซึ่งในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงคราม ยังมีพื้นที่ชมหิ่งห้อยบก สามารถขับรถแล้วนั่งชมหิ่งห้อยยามค่ำคืนได้ และมีจำนวนหิ่งห้อยเป็นแสนตัวมากกว่าพื้นที่ชมหิ่งห้อยริมน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชนที่อนุรักษ์ต้นลำพูไว้เป็นอย่างดี นั่งท่องเที่ยวเดินเท้าเข้าไปชมหิ่งห้อยได้โดยสะดวก และไม่ทำลายสภาพแวดล้อม

ไพโรจน์ ฉิมพาลี เจ้าของรีสอร์ท บ้านหิ่งห้อย เล่าว่า พื้นที่ชมหิ่งห้อยมีขนาด 3 ไร่เศษ จากเดิมเป็นพื้นที่นากุ้งร้าง เมื่อเลิกเลี้ยงกุ้ง ต้นลำพูนับ 100 ต้นขึ้นมาแน่นขนัด จนดึงดูดให้หิ่งห้อยเข้ามา จึงนำจุดนี้มาเป็นจุดขายโดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม เก็บค่าเข้าคนละ 20 บาท เปิดให้ชมมาเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งสามารถนั่งชมอยู่นานเท่าไรก็ได้ แต่ละค่ำคืนมีหิ่งห้อยมาอวดแสงให้ชมนับแสนตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นเหมือนกัน เพราะแต่ละรุ่นมีอายุขัยนาน 15 วัน แต่ละวันมีหิ่งห้อยเกิดใหม่สับเปลี่ยนกันทุกวัน

หิ่งห้อยต้องอยู่ในสภาพพื้นที่น้ำขึ้นน้ำลง ในน้ำต้องมีหอยฝาเดียว และหอยทาก เพราะหิ่งห้อยเมื่อเป็นตัวอ่อนต้องอาศัยอยู่ในหอยดังกล่าว สะสมอาหารจนแข็งแรง บินสู่ต้นลำพู ระหว่างนี้ไม่กินอาหารใด ๆ ทั้งสิ้น เรืองแสงบนต้นลำพูราว 15 วัน ก็ตาย ก่อนตายผสมพันธุ์ออกไข่ เมื่อเป็นตัวอ่อนจะพาตัวเองไปหลบอยู่ในหอยฝาเดียว และหอยทาก ดังนั้นหอยจึงเป็นระบบนิเวศสำคัญทำให้หิ่งห้อยมีชีวิตอยู่ได้

ไพโรจน์ เล่าว่า การดูแลรักษาให้หิ่งห้อยอยู่รอด ปลอดภัย ต้องดูแลเรื่องความสะอาดของน้ำเป็นสำคัญ เมื่อนำขึ้นจะมีขยะกล่องนม กล่องน้ำส้มลอยมาติดริมคลองรอบต้นลำพู ขยะเหล่านี้อันตราย ต่อหิ่งห้อยอย่างยิ่ง เพราะ    นำสารเคมีปนเปื้อนลงสู่สาย      น้ำ เมื่อน้ำขึ้นทิ้งช่วงสัก 2-3 อาทิตย์ ต้องลอยคอลงไปเก็บกล่องนมขยะขึ้นมา และที่สำคัญการเลือกใช้หลอดไฟ หลอดนีออนถือว่าเป็นภัยกับหิ่งห้อย เนื่องจากมีแสงสว่างจ้าเกินไป หิ่งห้อยจะบินหนีไปหมด หิ่งห้อยจะอยู่ได้ในหลอดไส้ที่แรงวัตต์น้อย 2-3 วัตต์เท่านั้น

กฎของการชมหิ่งห้อยที่นี่ อาจจะเคร่งกว่าริมคลองอัมพวาเล็กน้อยคือห้ามถ่ายภาพ ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามทิ้งขยะลงในคลอง ห้ามสูบบุหรี่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหิ่งห้อยโดยเดินเป็นวงกลม หรือจะหยุดชมแบบโรแมนติก เป็นนานสองนาน มีม้านั่งให้ชมได้จนอิ่มใจ

ส่วนใหญ่คนที่มาชมหิ่งห้อยที่นี่ประทับใจความ     สวยงาม หิ่งห้อยวิบวับบนต้นลำพูนับแสน ดูคล้ายกับไฟคริสต์มาสมีชีวิต ที่สำคัญไม่ทำลายสภาพแวดล้อม เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า หากเทียบการไปชมหิ่งห้อยแบบล่องเรือ ค่าเหมาเรือลำละ 600 บาท ซึ่งเจ้าของเรือ 500 เจ้าของท่าหักค่าหัวคิวลำละ 100 บาทต่อ 1 รอบ บางวันเจ้าของท่ามีรายได้วันละหมื่น เป็นสาเหตุที่บางครั้งนักท่องเที่ยวอาจชมหิ่งห้อยแบบอ้อยอิ่งไม่ได้ เสี่ยงเห็นหิ่งห้อยเพียงเล็กน้อย เพราะเรือวิ่งเร็ว เร่งทำรอบมารับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ฤดูกาลชมหิ่งห้อยเหมาะสมคือปลายฝนต้นหนาว

เส้นทางชมหิ่งห้อยบนดินอยู่ริมถนนพระราม 2 ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองมุ่งหน้าสู่เพชรบุรี สังเกตตอม่อบอกหลักกิโลเมตรที่ 69 เลี้ยวซ้ายเข้าไป 500 เมตร แค่นี้ก็ได้เห็นดาวบนดินนับแสนดวง พริบพรายอยู่ตรงหน้า (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-9532-5024, 0-3477-1375).

จาก dailynews.co.th

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: